มีเงินทุน 5,000 บาท ขายของกินอะไรดี หลังเลิกงาน ทำเป็นอาชีพเสริม

มีเงินทุน 5,000 บาท อยากเริ่มต้นทำอาชีพเสริม แต่ไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี ที่จริงแล้วคำถามเหล่านี้เป็นเพียงข้ออ้างในตัวของเราเองเท่านั้น หากคุณคิดที่จะเริ่มต้นและอยากทำอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เพิ่มกันจริงๆ เราทุกคนจะหยุดตั้งคำถามและลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อให้ผลลัพธ์นั้นออกมาอย่างที่เราตั้งใจไว้ และวันนี้เราขอแนะนำ 5 อาชีพเสริมที่ลงทุนน้อย โดยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินลงทุนไม่เกิน 5,000 บาทคะ 1. ขายลูกชิ้นปิ้ง หรือ ลูกชิ้นทอด  รู้กันดีว่า ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด เป็นอาหารว่างที่หลายคนชื่นชอบรับประทาน เพราะมีราคาไม่แพงและหาซื้อทานได้ง่าย เพียงไม้ละ 5-10 บาท และหากเพื่อนๆ ท่านใดที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหลังเลิกงาน การขายลูกชิ้นทอดหรือลูกชิ้นปิ้ง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะลงทุนน้อย ขายง่ายและกำไรดี โดยใช้เงินลงทุนไม่ถึง 5,000 บาทด้วยซ้ำ การเลือกลูกชิ้นมาเสียบไม้เพื่อปิ้งหรือทอดขายนั้น ควรเลือกลูกชิ้นที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อยและได้มาตรฐานจาก อย. เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการและผู้บริโภค และที่สำคัญน้ำจิ้มลูกชิ้น ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ลูกชิ้นทอดหรือลูกชิ้นปิ้งมีรสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น การจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป บวกกับความสะอาดของอาหารและบริเวณโดยรอบร้านก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกค้าหลายคนให้ความสนใจ การขายลูกชิ้นทอดหรือลูกชิ้นปิ้งหลังเลิกงาน ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่น่าสนใจ หากท่านใดอยากมีรายได้เสริม อยากจะลองขายลูกชิ้นทอดหรือลูกชิ้นปิ้งหลังเลิกงานดูบ้าง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ 2. แซนวิช  แซนวิช ถือเป็นอาหารว่างที่หาทานได้ง่าย ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับรับประทานช่วงเช้าคู่กับนมหรือน้ำผลไม้ เพียงทานแซนวิชเพียงชิ้นเดียวก็ทำให้อิ่มท้องไปได้หลายชั่วโมงเลยหละคะ…

ความหมายของคำว่า อาชีพ หมายถึงอะไร

อาชีพ หมายถึง การทำกิจกรรม การทำงาน การประกอบการที่ไม่เป็นโทษแก่สังคม และมีรายได้ตอบแทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการ แตกต่างกันไป กลุ่มอาชีพตาม ลักษณะการประกอบอาชีพ มี 2 ลักษณะ คือ อาชีพอิสระ และอาชีพรับจ้าง อาชีพอิสระ หมายถึง อาชีพทุกประเภทที่ผู้ประกอบการดำเนินการด้วยตนเอง แต่เพียงผู้เดียวหรือเป็นกลุ่ม อาชีพอิสระเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่หากมีความจำเป็นอาจมีการจ้างคนอื่นมาช่วยงานได้ เจ้าของกิจการเป็นผู้ลงทุน และจำหน่ายเอง คิดและตัดสินใจด้วยตนเองทุกเรื่อง ซึ่งช่วยให้การพัฒนางานอาชีพ เป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การประกอบอาชีพอิสระ เช่น ขายอาหาร ขายของชำ ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ ความสามารถในเรื่อง การบริหาร การจัดการ เช่น การตลาด ทำเลที่ตั้ง เงินทุน การตรวจสอบ และประเมินผล เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความอดทนต่องานหนัก ไม่ถ้อถอยต่อ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์…

สร้างความผ่อนคลายด้วยอาหารที่กินแล้ว ทำให้นอนหลับง่าย

เมื่อเกิดอาการนอนไม่หลับ หลายคนก็มักจะหันไปพึ่งยานอนหลับ ซึ่งก็ไม่ดีต่อสุขภาพเอาเสียเลย อีกทั้งยังอาจจะเกิดสารสะสมซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายในภายหลังได้อีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงนำวิธีแก้อาการนอนไม่หลับแบบง่ายๆ ที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมาแนะนำกันค่ะ ซึ่งก็คือการกินอาหารที่ช่วยในการนนหลับนั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าว่ามีอาหารอะไรบ้างที่กินแล้ว จะทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้ว  หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการดื่มนมอุ่นๆ สักแก้วจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นและหลับสบายขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็จริงค่ะ แต่ก็ไม่ได้มีแค่นมเท่านั้นนะ เครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ก็ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้เหมือนกัน เช่นโอวัลติน ไมโล นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เป็นต้น โดยแนะนำว่าให้ดื่มก่อนนอนสัก 1 แก้วประมาณ 30 นาที จะช่วยเร่งความง่วงได้ แต่ทั้งนี้พยายามอย่าใส่น้ำตาลหรือนมข้นหวานมากเกินไปนะ เพราะจะทำให้อ้วนได้และยังเสี่ยงต่อโรคเบาหวานอีกด้วย ดื่มชาสมุนไพรก่อนนอน  หลายคนคงจะเคยชินกับการดื่มชาสมุนไพรยามเช้า นั่งจิบชาร้อนๆ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ แต่รู้ไหมว่าชาสมุนไพรที่พวกคุณดื่มกันนั้นก็ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้เหมือนกันนะ ลองเปลี่ยนมานั่งจิบชาร้อนๆ ในยามค่ำคืนก่อนเข้านอนสัก 1 ชั่วโมงดูสิ แล้วคุณจะง่วงนอนเร็วขึ้นจากที่นอนไม่หลับมาหลายวัน ซึ่งชาสมุนไพรที่เราแนะนำให้ดื่มเลย คือ เก๊กฮวย แคโมไมล์และไลม์บลอสซัม เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้นอนหลับง่ายเท่านั้น แต่ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย นมหวานๆ ความหวานจะช่วยให้นอนหลับง่ายมากเลยรู้ไหม แต่นั่นแหละมันมักจะมาพร้อมกับความอ้วนและสุขภาพแย่ๆ เสมอ แต่หากนอนไม่หลับจริงๆ ใช้มาหลายวิธีแล้ว จะลองดื่มนมหวานๆ ดูสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกจริงไหม เพียงแต่อย่าดื่มมากเกินไปนะ…

สุดยอดผลไม้ต้านมะเร็ง 5 ชนิด พิชิตสุขภาพดีในแบบง่ายๆ

โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายที่ทุกคนมีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นได้เสมอ และมีน้อยคนที่จะรอดพ้นจากโรคร้ายนี้ได้ ซึ่งมะเร็งนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการสูดดมควันพิษ สูบบุหรี่ ดื่มสุราของมึนเมาหรือการทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ วันนี้เราจึงนำวิธีการต้านมะเร็งมาฝากกันค่ะ ซึ่งก็ไม่ยากเลย โดยเราสามารถต้านมะเร็งได้ด้วยการทานผลไม้เหล่านี้ ผลไม้ชนิดแรก คือ มันเทศ  มีส่วนช่วยในการต่อต้านการเกิดมะเร็งได้เหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะมันเทศนั้นจะมีสารอาหารและวิตามิน แร่ธาตุเป็นจำนวนมาก และที่เด่นๆ ก็คือ กรดคาเฟโออิวควินิก นั่นเอง ซึ่งกรดตัวนี้จะทำหน้าที่ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย รวมถึงกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อทานเป็นประจำจึงทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งร้ายได้นั่นเอง  ต่อมา คือ มะเขือเทศ จากการวิจัยจากอเมริกา พบว่ามะเขือเทศสามารถต่อต้านการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด และยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะในมะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยไลโคปีน ซึ่งเจ้าไลโคปีนนี่เองที่สามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งร้ายได้อย่างอยู่หมัด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างนี้คุณผู้ชายเองก็ต้องหมั่นทานมะเขือเทศกันให้มากๆ แล้วล่ะ  และ ต่อไปก็ คือ ทับทิม  รู้หรือไม่ว่าทับทิม มีส่วนช่วยในการต้านมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว โดยจะไปยับยั้งเซลล์ที่อาจจะกลายเป็นเนื้อร้าย ด้วยกรดเอลลาจิก ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ซึ่งกรดตัวนี้จะพบมากในทับทิม ดังนั้นการทานทับทิมเป็นประจำจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้นั่นเอง โดยเฉพาะผู้หญิง ควรทานทับทิมให้มากๆ และบ่อยครั้ง เพราะจะช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ดีที่สุดเลยล่ะ  ส่วน สตรอว์เบอร์รี่   ผลไม้รสเปรี้ยวหวานที่มากไปด้วยคุณประโยชน์และบำรุงผิวพรรณได้อย่างดีเยี่ยม แต่รู้ไหมเอ่ยว่าสตรอว์เบอร์รี่ก็ช่วยต้านเซลล์มะเร็งได้เหมือนกันนะ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมที่เกิดในผู้หญิง ดังนั้นใครที่ไม่อยากเป็นมะเร็งร้ายโดยไม่รู้ตัว…

สุขภาพดีสร้างง่าย.. ด้วยการทานอาหารคลีน

เดี๋ยวนี้อาหารคลีนกำลังมาแรงกันเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนก็คงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจกันสักเท่าไหร่ ว่าอาหารคลีนนั้นคืออาหารแบบไหนกันนะ ซึ่งก็คืออาหารเพื่อสุขภาพนั่นเอง โดยอาหารคลีนนั้นจะเป็นอาหารแบบสดใหม่ ที่ผ่านการแปรรูปและปรุงแต่งน้อยที่สุด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่อีกด้วย ซึ่งนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้โดยที่เราไม่ต้องอดอาหารอีกด้วยนะ เริ่มสนใจกันแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มต้นทานอาหารคลีนกันดีกว่า ระยะแรก..สู่การปรับตัว จะให้เปลี่ยนมาทานอาหารคลีนปุ๊บปั๊บในทันที แน่นอนว่าเป็นไปได้ยากสำหรับหลายคนเลยทีเดียว ทางที่ดีควรเริ่มจากการปรับตัวก่อนดีกว่า เพื่อให้ร่างกายเริ่มปรับตัวให้เกิดความเคยชินไปเรื่อยๆ โดยให้คุณเริ่มทานอาหารคลีนมากขึ้นและลดอาหารจานโปรดลงเรื่อยๆ เมื่อสามารถปรับตัวได้แล้ว ก็ให้เลิกทานอาหารจานโปรดที่ไม่มีประโยชน์ซะ และหันมาทานแต่อาหารคลีน แค่นี้ก็ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้แล้วล่ะ แต่หากอยากจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยอาหารจานโปรดสักครั้ง นานๆ ทีก็ทำได้จ้า เน้นอาหารสดใหม่ และไม่ผ่านการแปรรูป การเลือกทานอาหารคลีนที่ดีที่สุด ควรเน้นทานอาหารสดใหม่เป็นหลัก เพราะยังอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินอย่างครบถ้วน ต่างจากอาหารที่แปรรูปหรือเริ่มไม่สดแล้ว เพราะสารอาหารส่วนใหญ่จะถูกสลายไปบ้างแล้วนั่นเอง นอกจากนี้การเลือกทานอาหารสดใหม่ ยังดีต่อสุขภาพและป้องกันโรคร้ายต่างๆ ที่มาจากอาหารได้อีกด้วยนะ ส่วนผักผลไม้หลังจากซื้อมาจากตลาด ควรแช่น้ำหรือแช่ด่างทับทิมก่อน เพื่อขจัดสารพิษเพราะอาจมีสารฆ่าแมลงตกค้างโดยที่เราไม่รู้ตัวได้นั่นเอง ดูสินค้าให้ทั่วก่อน ตัดสินใจซื้อ เดี๋ยวนี้ในตลาดก็มีแผงผักผลไม้ อาหารต่างๆ ให้เลือกกันอย่างนับไม่ถ้วน ซึ่งมีทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ ดังนั้นเพื่อให้ได้อาหารคลีนที่มีคุณภาพและประโยชน์มากที่สุด ควรดูให้ทั่วทุกร้านก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้อาหารคลีนที่มีประโยชน์ที่สุดเท่านั้นแต่ยังอาจจะได้ราคาถูกใจอีกด้วยนะ เน้นน้ำเปล่ามากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ นอกจากเมนูอาหารแล้ว น้ำก็มีความสำคัญเหมือนกันนะ โดยแนะนำว่าควรดื่มน้ำเปล่ามากที่สุด เพราะน้ำเปล่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย อย่างนี้ต้องเปลี่ยนจากน้ำอัดลม แอลกอฮอล์หรือกาแฟมาดื่มน้ำเปล่ากันแล้วล่ะ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เชื่อว่าเมื่อพูดถึงอาหารคลีน…

สารสกัดจากเมล็ดองุ่นกับคุณประโยชน์ดีๆ เพื่อสุขภาพและความงาม

หากเอ่ยถึงผลไม้แน่นอนว่าย่อมมีประโยชน์และอุดมไปด้วยคุณค่าแก่ร่างกายเราอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ชนิดใดประเภทไหน ก็ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เพียงแต่หากเป็นผลไม้ที่มีรสหวานหรือมีน้ำตาลมากอย่างพวกทุเรียน, ขนุน หรือลำไย ก็อาจจำกัดปริมาณในการรับประทานให้น้อยลง แต่อย่างไรเมื่อขึ้นชื่อว่าผลไม้ก็ล้วนแต่มีคุณค่าในตัวของมันเองอยู่แล้ว ส่วนผลไม้ที่มีประโยชน์และรับประทานได้ดีอีกชนิดหนึ่งก็คือ องุ่น โดยองุ่นนั้นเรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่หารับประทานกันได้ง่าย แถมคุณค่าทางโภชนาการเพียบอีกด้วย แต่หลายๆ คนเวลารับประทานองุ่นเสร็จแล้วมักจะชอบคายเมล็ดทิ้งเพราะคิดว่ากินไม่ได้และไม่มีประโยชน์ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าในเมล็ดองุ่นที่คุณแอบคายทิ้งนั้นมีประโยชน์แก่ร่างกายเรามากกว่าในเนื้อองุ่นเสียอีก เรียกว่าเป็นแหล่งของสารอาหารแห่งความงามชั้นเยี่ยมเลยก็ว่าได้นะคะ และเนื่องจากเมล็ดองุ่นมีความแข็งอยู่ แม้ว่าจะรับประทานได้ดีแต่หากเคี้ยวไม่ละเอียดก็อาจส่งผลกระทบต่อลำไส้ทำให้อาจเกิดไส้ติ่งขึ้นได้ ดังนั้น เพื่อการรับประทานได้ง่ายขึ้นในปัจจุบันจึงได้มีการนำเมล็ดองุ่นนี้มาสกัดเป็นสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเพื่อให้รับประทานกันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเคี้ยวเมล็ดแข็งๆ ให้ฟันเสีย หรือทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนัก แถมสารที่สกัดจากเมล็ดองุ่นออกมานี้ยังสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีอีกด้วยนะคะ ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีอะไรบ้าง…มันมีประโยชน์มากมาย คือ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง ดูขาวและกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยง่าย ช่วยให้ไม่แก่เร็ว เพราะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้ดีขึ้น ทำให้ผิวยืดหยุ่น และไม่หย่อนคล้อย ช่วยชะลอริ้วรอย และลดเลือนริ้วรอยให้เบาบางลง ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน หรือลอกออกเป็นขุยๆ เรียกว่าทำให้ผิวไม่ขาดน้ำนั่นเองค่ะ และ ช่วยลดเลือนปัญหาผิวอย่างกระหรือฝ้าที่ขึ้นบนใบหน้า อันเป็นตัวทำลายความมั่นใจของผู้หญิงเราอย่างมากเลยทีเดียว เพราะจะมีสารเข้าไปลดการก่อตัวของเม็ดสีเมลานินในผิวของเรา จะเห็นได้ว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นนี้มีประโยชน์เพียบ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเมล็ดเล็กๆ จิ๋วๆ แบบเมล็ดองุ่นนี้จะอัดสารอาหารมากมายถึงเพียงนี้เข้าไปได้อย่างไร เรียกว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าจริงๆ ค่ะ

ไม่น่าเชื่อ ว่า มะพร้าวธรรมดา จะทำให้กลายเป็นมะพร้าวกระทิได้ ด้วยวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน

  มะพร้าวกะทินั้นเกิดจากการผสมเกสรด้วยฝีมือมนุษย์ เป็นการบังคับทำให้มะพร้าวธรรมดาเป็นมะพร้าวกะทิ ซึ่งมีหลากหลายทางด้วยกัน เกษตรกรหรือนักวิจัยจะมีแบบฉบับของแต่ละคน แต่วันนี้ขอหยิบวิธีการทำมะพร้าวธรรมดา ให้กลายเป็นมะพร้าวกะทิมาให้ทดลองทำกันดู วิธีที่ 1 ทำมะพร้าวกะทิแบบถาวร ให้น้ำมะพร้าวที่เพาะไว้ ที่มีหน่อเหนือเปลือกขึ้นมาราว 30 ซม. แล้วใช้มีดตัดส่วนปลาย ตรงข้ามกับหน่อให้กะลามะพร้าวขาด จนเห็นเนื้อสีขาว และจาวสีเหลืองภายในกะลามะพร้าว  จากนั้นก็คว้านเอาจาวที่อยู่กลางกะลาออก เอาดินเหนียวอัดลงไปในกะลาแทนจาวจนเต็ม ให้แน่นพอประมาณสามารถนำไปปลูกได้ …มะพร้าวที่ทำวิธีนี้จะเป็นมะพร้าวกะทิประมาณ 50% หากจะเพิ่มปริมาณ ก็สามารถทำได้ โดยให้เอาผลมะพร้าวที่ไม่เป็นมะ พร้าวกะทิ มาเพาะ แล้วทำวิธีการเดียวกับที่กล่าวมานี้ ก็จะทำให้มะพร้าวในต้นใหม่ …เป็นมะพร้าวกะทิ ได้ถึง 80-90% เลยทีเดียว มะพร้าวทุกพันธุ์สามารถทำมะพร้าวกะทิได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าเราจะใช้มะพร้าวน้ำหอม ทำมะพร้าวกะทิไม่ดีเพราะมีกลิ่นเหม็นหืน มะพร้าวที่ดีที่สุดในการทำมะพร้าวกะทิคือ มะพร้าวกลาง วิธีที่ 2 ทำจากมะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้ ถ้าต้องการให้ลูกออกมาเป็นมะพร้าวกะทิ ก็เอาถุงพลาสติกหุ้มจั่น จั่นก็คือดอกมะพร้าว 1 จั่นคือ 1 ทะลาย จั่นไหนถูกห่อด้วยพลาสติก จั่นนั้น หรือทลายดอกนั้นมันจะพิการ…ทั้งนี้ จะต้องห่อตั่งแต่กลีบจั่นเริ่มแย้มบาน ห่อไปจนกระทั่งมีลูกขนาดลูกหมากจึงค่อยเอาออกโดยทั่วไปมะพร้าวในทะลายที่ห่อจั่นประมาณ 80-90 % จะเป็นมะพร้าวกะทิ…